การนินทา การใส่ร้าย การสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น

อัลกุรอาน

"และบรรดาผู้กล่าวร้ายแก่บรรดาผู้ศรัทธาชายและบรรดาผู้ศรัทธาหญิง ในสิ่งที่พวกเขามิได้กระทำแน่นอนพวกเขาได้แบกการกล่าวร้าย และบาปอันชัดแจ้งไว้"
{อะฮฺซาบ:58}
   
 "ความหายนะจงประสบแด่บรรดาผู้ทำให้บกพร่อง (ในการตวงและการชั่ง) คือบรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขาตวงเอาจากผู้อื่นก็ตวงเอาเต็ม  และเมื่อพวกเขาตวงหรือชั่งให้แก่ผู้อื่นก็ทำให้ขาด   ชนเหล่านั้นมิได้คิดบ้างหรือว่าพวกเขาจะถูกให้ฟื้นคืนชีพ  สำหรับวันอันยิ่งใหญ่ วันที่มนุษย์จะยืนต่อหน้าพระเจ้าแห่งสากลโลก หมายถึง ควรที่จะมีความเกรงกลัวในวันนั้น และควรที่จะขออภัยโทษในความผิดพลาดของตนจากความบกพร่องในการตวงและการชั่ง"
{อัลมุฏอฟฟิฟีน:1-6}

"ความหายนะจงประสบแด่ผู้นินทาและผู้ใส่ร้ายผู้อื่นทุกๆคน"
{อัลฮุมะซะฮฺ:1}


อัลฮะดีษ   
 
รายงานจากท่านมู่อาวิยะฮฺ (ร่อดียั้ลลอฮู่ อันฮฺ) กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺ I กล่าวว่า : แท้จริงหากท่านเสาะหาข้อบกพร่องของผู้คน  ดังนั้นก็เท่ากับท่านได้ทำลายพวกเขาแล้ว หรือท่านเกือบทำลายพวกเขา{อบูดาวูด}
   อธิบาย :  การเสาะหาข้อบกพร่องของผู้คน ก่อให้เกิดความเกลียดชัง การเป็นศัตรูกันและกัน และความไม่ดีต่าง ๆ มากมาย เป็นไปได้ว่าการเสาะหาข้อบกพร่องของผู้คนและการเผยแพร่สิ่งนั้นมันจะทำให้เกิดความกล้าในการทำบาปต่าง ๆ แก่คนเหล่านั้น ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุที่จะเพิ่มความเสียหายขึ้นไปอีก{บัซลุ้ลมัจฮูด}
รายงานจากท่านอับดุลลอฮฺ บินอุมัร (ร่อดียั้ลลอฮู่ อันฮู่มา) กล่าวว่า ท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺ I ได้กล่าวว่า : พวกท่านอย่าสร้างความเดือดร้อนให้แก่มุสลิม พวกท่านอย่าได้ตำหนิพวกเขา และพวกท่านอย่าค้นหาข้อผิดพลาดของพวกเขา{อิบนุฮิบบาน}
รายงานจากท่านอบี บัรซะฮฺ อัลอัสละมียฺ (ร่อดียั้ลลอฮู่ อันฮฺ) กล่าวว่า ท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺ I ได้กล่าวว่า : โอ้ ผู้ที่มีอีหม่านแค่เพียงปลายลิ้น โดยที่อีหม่านไม่เข้าสู่หัวใจของเขา พวกท่านอย่าได้นินทามุสลิม  และอย่าเสาะหาข้อบกพร่องของพวกเขา  เพราะแท้จริงบุคคลใดเสาะหาข้อบกพร่องของพวกเขา   อัลลอฮฺตะอาลาก็จะเสาะหาข้อบกพร่องของเขา  และบุคคลใดที่อัลลอฮฺตะอาลาเสาะหาข้อบกพร่องของเขา  พระองค์จะทำให้เขาได้รับความอับอายในบ้านของเขา {อาบูดาวุด}
   อธิบาย : ในส่วนแรกของฮะดีษนี้เป็นการเตือนถึงเรื่องการนินทาพี่น้องมุสลิม ว่าเป็นการกระทำของคนมุนาฟิก (หน้าไหว้หลังหลอก) ไม่ใช่การกระทำของคนมุสลิม     (บัซลุ้ลมัจฮูด)

รายงานจากท่านอนัส อัลญุฮะนียฺ (ร่อดียั้ลลอฮู่ อันฮฺ) จากบิดาของท่าน  กล่าวว่า :  ครั้งหนึ่งฉันได้ ออกทำสงครามร่วมกับท่านนบี I   ผู้คนได้หยุดพักจากการทำศึกสงครามแล้ว นั่งพักกีดขวางทางสัญจร ท่านนบี I ใช้ให้ผู้หนึ่งออกไปประกาศว่า ผู้ที่นั่งพักกีดขวางทางสัญจร เขาจะไม่ได้รับผลบุญของการญิฮาด {อบูดาวุด}
รายงานท่านอบู อุมามะฮฺ (ร่อดียั้ลลอฮู่ อันฮฺ) กล่าวว่า ท่านนบีI ได้กล่าวว่า : บุคคลใดที่เขาเปลือยหลังของมุสลิมคนหนึ่งแล้วเขาเฆี่ยนตี่ โดยไม่เป็นธรรม เขาจะได้พบกับอัลลอฮฺตะอาลาในสภาพที่ พระองค์ทรงโกรธกริ้วเขา {ฏ๊อบะรอนี}

รายงานจากท่านอบู ฮุรอยเราะฮฺ (ร่อดียั้ลลอฮู่ อันฮฺ) ว่า   แท้จริงท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺ I ได้กล่าวว่า :พวกท่านทราบไหมว่า ใครคือผู้ที่ล้มละลาย?  พวกเขาตอบว่า :  ผู้ที่ล้มละลายในหมู่พวกเรา  คือ ผู้ที่เขาไม่มีดิรฮัม (เหรียญเงิน) และไม่มีทรัพย์สินใดๆ (ของดุนยา)  ท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺ I ได้กล่าวว่า : แท้จริงผู้ที่ล้มละลายในอุมมัตของฉัน คือผู้ที่ในวันกิยามะฮฺเขานำมาซึ่งการละหมาดการถือศีลอด  การจ่ายซะกาต (และอิบาดะฮฺอื่นๆ) แต่ว่าเขาได้ด่าทอคนนั้น ใส่ร้ายคนนี้ กินทรัพย์สินคนนั้น ทำร้ายคนนี้ และทุบตีคนนั้น  ดังนั้นความดีต่าง ๆ ของเขาจะถูกนำไปให้ คนนั้นและความดีต่างๆของเขาจะถูกนำไปให้คนนี้(ตามสิทธิของแต่ละคน) หากความดีของเขาหมดลงก่อนที่จะถูกนำไปชดใช้แก่ผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิ  ดังนั้นบาปต่างๆของพวกเขา(ผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิ) จะถูกนำไปโยนใส่ให้แก่เขา(ผู้ที่ละเมิดสิทธิ) หลังจากนั้น เขาจะถูกขว้างลงสู่ขุมนรก{มุสลิม}

รายงานจากท่านอับดุลลอฮฺ (ร่อดียั้ลลอฮู่ อันฮฺ) กล่าวว่า :ท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺ I ได้กล่าวว่า : การด่าทอมุสลิม เป็นความชั่ว และการฆ่ามุสลิมเป็นการกุฟุร{บุคอรี}
   อธิบาย : มุสลิมที่ฆ่ามุสลิม ไม่มีความสมบูรณ์ในการเป็นอิสลามในตัวเขา และเป็นไปได้ว่าการฆ่านั้นจะเป็นสาเหตุทำผู้ฆ่าต้องตายในสภาพของผู้ปฏิเสธ                     (ม่าซอฮีรุฮัก)
รายงานจากท่านอับดุลลอฮฺ บินอัมรฺ (ร่อดียั้ลลอฮู อันฮูมา) กล่าวว่า: ท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺ I ได้กล่าวว่า : ผู้ที่ด่าทอมุสลิม เสมือนผู้ที่เข้าไปสู่ความหายนะ{ฏ๊อบะรอนี}
รายงานจากท่านอิยาฏ บินฮิม้าร (ร่อดียั้ลลอฮู่ อันฮฺ) กล่าวว่า: ฉันได้กล่าวว่า : โอ้ ท่านนบีของอัลลอฮฺ ! ชายคนหนึ่งจากเผ่าของฉันได้ด่าฉัน ทั้งๆที่เขานั้นมีฐานะต่ำกว่าฉัน ฉันควรจะตอบโต้เขาดีไหม?  ท่านนบี I ได้ตอบว่า : สองคนที่ด่าทอต่อกัน  ก็คือซัยตอนสองตัวต่างด่าทอต่อกัน และต่างกล่าวหากันว่า อีกตัวหนึ่งโกหก{อิบนุฮิบบาน}

รายงานจากท่านอบู ญุร็อย ยาบิร บินสุเลม (ร่อดียั้ลลอฮู่ อันฮฺ) กล่าว่า  ฉันได้กล่าวกับท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺ I ว่า : ได้โปรดตักเตือนฉันด้วยเถิด  ท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺ I ได้กล่าวว่า : ท่านอย่าด่าทอผู้ใดเด็ดขาด  ท่านญุร็อย (ร่อดียั้ลลอฮู อันฮฺ) ได้กล่าวว่า : หลังจากนั้นฉันไม่ด่าอีกเลย ไม่ว่าอิสระชน ทาส อูฐ หรือว่าแพะ  ท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺ I ได้กล่าวว่า : ท่านอย่าละเลยการกระทำความดีใด ๆ 
โดยคิดว่าเป็นสิ่งที่เล็กน้อย  ถึงแม้การที่ท่านพูดคุยกับพี่น้องของท่านด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส่ ก็ถือเป็นการทำความดี  ท่านจงนุ่งผ้าของท่านให้สูงขึ้นจนถึงกลางหน้าแข้ง ถ้าไม่สามารถนุ่งให้สูงได้ (อย่างน้อย) ก็ให้สูงเหนือตาตุ่ม  ท่านจงหลีกห่างจากการนุ่งผ้าต่ำกว่าตาตุ่ม เพราะว่ามันเป็นการโอ้อวด และอัลลอฮฺไม่ทรงพอพระทัยการโอ้อวด   หากมีคนหนึ่งด่าท่าน และตำหนิท่าน ในสิ่งที่เขารู้ว่ามันมีอยู่ในตัวท่าน  ดังนั้นท่านอย่าตำหนิเขาในสิ่งที่ท่านรู้ว่ามันมีอยู่ในตัวเขา แท้จริง ความหายนะของการตำหนินั้นจะประสบแก่เขา{อบูดาวูด}
รายงานจากท่านอบู ฮุรอยเราะฮฺ (ร่อดียั้ลลอฮู่ อันฮฺ) แท้จริงชายคนหนึ่งได้ต่อว่าท่านอบูบักโดยที่ท่านนบี I นั่งอยู่  ท่านนบี  I  รู้สึกพอใจและยิ้ม  ต่อมาเมื่อชายคนนี้ได้ต่อว่ามากขึ้น ดังนั้นท่านอบูบักร (ร่อดียั้ลลอฮู่ อันฮฺ) ได้ตอบโต้เขากลับไปบ้าง  จากการนี้ท่านนบี I ไม่พอใจและลุกออกไป ท่านอบูบักร (ร่อดียั้ลลอฮู่ อันฮฺ) ได้ตามท่านนบี I ไป และกล่าวถามว่า : โอ้ ท่านร่อซู้ลลุ้ลลอฮฺ (ขณะที่) ชายคนนั้นต่อว่าฉัน ท่านได้นั่งอยู่ที่นั่น ต่อมาเมื่อฉันได้ตอบโต้เขากลับไปบ้าง ท่านกลับไม่พอใจและลุกขึ้นจากไป  ท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺ I ได้กล่าวว่า : (ขณะที่ท่านนิ่งและอดทน)   มลาอิกะฮฺท่านหนึ่งได้อยู่กับท่าน และตอบโต้ชายคนนั้นแทนท่าน ต่อมาเมื่อท่านได้ตอบโต้เขากลับไปบ้าง(มลาอีกะฮฺท่านนั้นก็จากไป) ชัยตอนได้เข้ามาแทนที่ และฉันไม่นั่งร่วมกับชัยตอน (ด้วยเหตุนี้ฉันจึงลุกขึ้นจากไป) หลังจากนั้นท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺ I กล่าวว่า :โอ้ อบูบักร  สามประการต่อไปนี้เป็นสัจธรรม ไม่มี บ่าวคนใดที่เขาถูกละเมิดสิทธิ  และเขาให้มันผ่านไปเพื่ออัลลอฮฺตะอาลา (โดยไม่คิดแก้แค้น)นอกจาก อัลลอฮฺตะอาลาจะทรงให้ความช่วยเหลือเขา  ไม่มีบุคคลใดที่เขาเปิดประตูแห่งการให้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับเครือญาติ นอกจากอัลลอฮฺตะอาลาจะทรงเพิ่มพูนให้แก่เขาอย่างมากมาย  และไม่มีบุคคลใดที่เขาเปิดประตูแห่งการขอเพื่อให้ทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้นนอกจาก อัลลอฮฺตะอาลาจะให้ทรัพย์สินของเขานั้นลดน้อยลง{มุสนัดอะหฺมัด}

รายงานจากท่านอบู ฮุรอยเราะฮฺ (ร่อดียั้ลลอฮู่ อันฮฺ) กล่าวว่า ท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺ I ได้กล่าวว่า : บุคคลใดที่ได้ล่วงละเมิดเกียรติยศของพี่น้อง (มุสลิม) หรือล่วงละเมิดสิ่งอื่นๆ ดังนั้นในวันนี้เขาจงขอฮาล้าล สิ่งนั้นจากพี่น้องของเขา ก่อนวันที่ดีนาร และดิรฮัมจะไม่มีประโยชน์ (ในวันนั้นการสอบสอนทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับความดีและความชั่วเท่านั้น ) ถ้าหากคนที่ล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่นมี อม้าลความดีอยู่  ความดีนั้นจะถูกเอาไปจากเขาเท่ากับที่เขาล่วงละเมิดผู้อื่น  และหากเขาไม่มีความความดีอยู่  ความชั่วของผู้ที่ถูกละเมิดจะถูกนำมาให้เขา {บุคอรี}
รายงานจากท่านบะรออฺ บินอาซิบ (ร่อดียั้ลลอฮู่ อันฮู่มา) กล่าว่า ท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺI  ได้กล่าวว่า : ดอกเบี้ยที่เลวที่สุด คือการทำให้พี่น้องมุสลิมเสื่อมเสียชื่อเสียง(หมายถึงการทำลายเกียรติของพี่น้องมุสลิม ด้วยกับวิธีต่างๆ เช่น นินทา ดูหมิ่นเหยียดหยาม ทำให้ได้รับความอัปยศและอื่น ๆ){ฏ๊อบะรอนี, ญาเมียะอฺ ซอฆีร}
   อธิบาย : ที่ถูกกล่าวไว้ว่า ดอกเบี้ยที่เลวที่สุด คือการทำลายชื่อเสียงของมุสลิม เพราะว่าดอกเบี้ยนั้นเป็นการเอาทรัพย์สินของผู้อื่นมาโดยหนทางที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความเสียหายแก่เขาในทำนองเดียวกัน การทำลายชื่อเสียงของมุสลิมนั้นทำให้เกิดความเสียหายแก่เกียรติของเขา และเกียรติของมุสลิมควรที่จะต้องถูกยกย่องมากกว่าทรัพย์สินของเขา ด้วยเหตุนี้การทำลายชื่อเสียงของผู้อื่นจึงถูกกล่าวว่าเป็นดอกเบี้ยที่เลวที่สุด    (ฟัยฏุลก้อดีร.บัซลุ้ลมัจฮูด)
รายงานท่านอบู ฮุรอยเราะฮฺ (ร่อดียั้ลลอฮู่ อันฮฺ) ได้กล่าวว่า ท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺ I ได้กล่าวว่า : แท้จริงส่วนหนึ่งจากบาปใหญ่ คือการที่บุคคลหนึ่งทำลายเกียรติของมุสลิมโดยไม่เป็นธรรม   {อบูดาวุด}